counter 1,005

Nike + iPod and Me

เริ่มใช้มาตั้งแต่ 12/05/2550


จนวันนี้ วิ่งมั่ง โดดมั่ง อู้มั่ง 25/11/2550

ได้มา 80 กิโลเมตร เนตๆ


ภูมิใจมาก อิอิ


มีโกลว่าจะ วิ่ง 30 กิโล ใน 4 สัปดาห์

ผ่านมา 2 วันแล้ว ได้ 5 กิโล แล้ว




หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะถึงเป้าหมายได้แน่นอน

ขอทุกคนเอาใจช่วยด้วยนะครับ

Nike + iPod and Me

เริ่มใช้มาตั้งแต่ 12/05/2550


จนวันนี้ วิ่งมั่ง โดดมั่ง อู้มั่ง 25/11/2550

ได้มา 80 กิโลเมตร เนตๆ


ภูมิใจมาก อิอิ


มีโกลว่าจะ วิ่ง 30 กิโล ใน 4 สัปดาห์

ผ่านมา 2 วันแล้ว ได้ 5 กิโล แล้ว




หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะถึงเป้าหมายได้แน่นอน

ขอทุกคนเอาใจช่วยด้วยนะครับ

หนังสือแปล เปลี่ยนตัวเองใหม่ใน 5 นาที


ต้นฉบับเป็นภาษาญี่ปุ่น เยี่ยมมากบอกวิธีเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น 60 ข้อ

บางข้อก็ไม่เข้าใจเป็นเรื่องชีวิตของชาวญี่ปุ่น แต่โดยรวมแล้วเยี่ยมมากๆ

วันนี้ลองทำแล้วข้อนึง ข้อ 17 คือไปกินอาหารที่ร้านคนเดียว เมื่อก่อนไม่กล้า

วันนี้ตัดใจ ไปก็ไปตามใจเรา สั่งอะไรั่ง กินอะไรที่อยากกิน

ไม่ต้องคอย กังวลกับคนอื่น เดินตรงไป ร้าน ฟูจิเลย อยากกินมานานแล้ว

ตอนแรกกลัวเด๋อมากเลยเพราะไม่เห็นมีใครมาคนเดียวเลย

กังวลว่าใครจะมองมั้ย พอเดินเข้าไปจริงๆ ไม่เห็นมีใครว่ามอง

หรือยุ่งวุ่นวายเลย เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดมื้อนึงในชีวิตเลย

ไม่ตรีบ ไม่เร่ง กินไป ยิ้มไป ตอนนี้กำลังอ่านข้ออื่นอยู่

ได้ผลยังไง วันหลังจะเอามาบอกนะ


*ปล ลองไปหาอ่านกันนะจ๊ะ


Nike + iPod and Me

เริ่มใช้มาตั้งแต่ 12/05/2550


จนวันนี้ วิ่งมั่ง โดดมั่ง อู้มั่ง 25/11/2550

ได้มา 80 กิโลเมตร เนตๆ


ภูมิใจมาก อิอิ


มีโกลว่าจะ วิ่ง 30 กิโล ใน 4 สัปดาห์

ผ่านมา 2 วันแล้ว ได้ 5 กิโล แล้ว




หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะถึงเป้าหมายได้แน่นอน

ขอทุกคนเอาใจช่วยด้วยนะครับ

หนังสือแปล เปลี่ยนตัวเองใหม่ใน 5 นาที


ต้นฉบับเป็นภาษาญี่ปุ่น เยี่ยมมากบอกวิธีเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น 60 ข้อ

บางข้อก็ไม่เข้าใจเป็นเรื่องชีวิตของชาวญี่ปุ่น แต่โดยรวมแล้วเยี่ยมมากๆ

วันนี้ลองทำแล้วข้อนึง ข้อ 17 คือไปกินอาหารที่ร้านคนเดียว เมื่อก่อนไม่กล้า

วันนี้ตัดใจ ไปก็ไปตามใจเรา สั่งอะไรั่ง กินอะไรที่อยากกิน

ไม่ต้องคอย กังวลกับคนอื่น เดินตรงไป ร้าน ฟูจิเลย อยากกินมานานแล้ว

ตอนแรกกลัวเด๋อมากเลยเพราะไม่เห็นมีใครมาคนเดียวเลย

กังวลว่าใครจะมองมั้ย พอเดินเข้าไปจริงๆ ไม่เห็นมีใครว่ามอง

หรือยุ่งวุ่นวายเลย เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดมื้อนึงในชีวิตเลย

ไม่ตรีบ ไม่เร่ง กินไป ยิ้มไป ตอนนี้กำลังอ่านข้ออื่นอยู่

ได้ผลยังไง วันหลังจะเอามาบอกนะ


*ปล ลองไปหาอ่านกันนะจ๊ะ


เบอร์ 12 เท่านั้น

23 ธ.ค.50

แบบแบ่งเขต เขต 7 กทม

19 20 21

บางกะปิ สะพานสูง มีนบุรี ลาดกระบัง

Nike + iPod and Me

เริ่มใช้มาตั้งแต่ 12/05/2550


จนวันนี้ วิ่งมั่ง โดดมั่ง อู้มั่ง 25/11/2550

ได้มา 80 กิโลเมตร เนตๆ


ภูมิใจมาก อิอิ


มีโกลว่าจะ วิ่ง 30 กิโล ใน 4 สัปดาห์

ผ่านมา 2 วันแล้ว ได้ 5 กิโล แล้ว




หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะถึงเป้าหมายได้แน่นอน

ขอทุกคนเอาใจช่วยด้วยนะครับ

หนังสือแปล เปลี่ยนตัวเองใหม่ใน 5 นาที


ต้นฉบับเป็นภาษาญี่ปุ่น เยี่ยมมากบอกวิธีเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น 60 ข้อ

บางข้อก็ไม่เข้าใจเป็นเรื่องชีวิตของชาวญี่ปุ่น แต่โดยรวมแล้วเยี่ยมมากๆ

วันนี้ลองทำแล้วข้อนึง ข้อ 17 คือไปกินอาหารที่ร้านคนเดียว เมื่อก่อนไม่กล้า

วันนี้ตัดใจ ไปก็ไปตามใจเรา สั่งอะไรั่ง กินอะไรที่อยากกิน

ไม่ต้องคอย กังวลกับคนอื่น เดินตรงไป ร้าน ฟูจิเลย อยากกินมานานแล้ว

ตอนแรกกลัวเด๋อมากเลยเพราะไม่เห็นมีใครมาคนเดียวเลย

กังวลว่าใครจะมองมั้ย พอเดินเข้าไปจริงๆ ไม่เห็นมีใครว่ามอง

หรือยุ่งวุ่นวายเลย เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดมื้อนึงในชีวิตเลย

ไม่ตรีบ ไม่เร่ง กินไป ยิ้มไป ตอนนี้กำลังอ่านข้ออื่นอยู่

ได้ผลยังไง วันหลังจะเอามาบอกนะ


*ปล ลองไปหาอ่านกันนะจ๊ะ


เบอร์ 12 เท่านั้น

23 ธ.ค.50

แบบแบ่งเขต เขต 7 กทม

19 20 21

บางกะปิ สะพานสูง มีนบุรี ลาดกระบัง

บทสัมภาษณ์ มิ่งขวัญ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว!!!

สิ่งที่มิ่งขวัญพูดไว้ในรายการเจาะใจ มันไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ทำมาเพื่อหาเสียง
แต่เป็นเรื่องที่มิ่งขวัญได้พูดไว้นานแล้ว

ใครที่ยังไม่รู้จักมิ่งขวัญ เชิญอ่านได้เลยครับ
ส่วนใครที่อยู่ฝ่ายปชป ก็ลองอ่านดูครับ จะได้รู้ว่าของจริงเป็นยังไง มันไม่ใช่แค่ลมปากแน่ๆ

http://www.geocities.com/constsurin/imagemaker.htm


มติชนสุดสัปดาห์
ฉบับที่ 1163
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2545
---------------------------------------
สู่'ฝัน'อันยิ่งใหญ่
ของ'มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ'
IMAGE MAKER ประเทศไทย
กับ'โมเดิร์น ไนน์'ทีวี


"สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยทำเป็นเรื่องเป็นราว คือ ภาพพจน์ของประเทศ

นึกดูสิว่าสมัยเด็กๆ รายได้หลักอันดับ 1 ของประเทศคือ ข้าว แต่วันนี้คือ การท่องเที่ยว และที่มากกว่านั้นคือการลงทุนจากต่างประเทศ ถ้าภาพพจน์ประเทศของเราดี ผมเป็นนักลงทุนผมก็อยากมาประเทศนี้ มาทีละหลายพันล้าน หรือถ้าเป็นนักท่องเที่ยว ผมก็อยากเที่ยวในประเทศที่มีภาพพจน์ดี

นี่คือ ความฝันของผมที่อยากทำในฐานะที่เป็น Image maker"

เป็นคำสัมภาษณ์ของ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ" เมื่อเดือนตุลาคม 2542 ในหนังสือพิมพ์มติชน

จำได้ว่าวันที่ไปสัมภาษณ์ "มิ่งขวัญ" ค่อนข้างลังเลที่จะตอบคำถามเรื่อง "ความฝัน" ที่อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำคำถามนี้

และวันนั้นเขาเองก็คงไม่คิดว่าจะได้ทำในสิ่งที่ฝันอีก 3 ปีต่อมา

"มิ่งขวัญ" ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดนักการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกเหนือจากทำงานให้กับ "โตโยต้า" มาตลอด 25 ปี เขายังมีชื่อเสียงในฐานะ Image maker ของดาราหลายคน

เขาคือผู้ปลุกปั้น จอนนี่ แอนโฟเน่ วิลลี่-คัทลียา แม็คอินทอช วรุฒ วรธรรม ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง และ ดอม เหตระกูล จนโด่งดังในแวดวงมายา

แต่บทบาท Image maker ประเทศที่เขาฝันเพิ่งจะมีโอกาสลงมือทำเมื่อพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง

"สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" เลขาธิการพรรคไทยรักไทยในฐานะที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นคนแนะนำ "มิ่งขวัญ" กับ "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์"

ไม่นานนักชื่อของ "มิ่งขวัญ" ก็ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่อยู่เบื้องหลังแคมเปญ "เที่ยวทั่วไทยไปได้ทุกเดือน" ที่สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก

จากนั้นเมื่อมีการเปิดรับผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเ
ทศไทย (อ.ส.ม.ท.) ชื่อของ "มิ่งขวัญ" ก็เป็นที่กล่าวขวัญว่าเป็น "ตัวเต็ง" ตั้งแต่วันแรกจนประกาศผล

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ "ผู้ใหญ่" อยากให้ใครเป็นเพียงฝ่ายเดียว

แต่ยังอยู่ที่ว่าคนที่ "ผู้ใหญ่" อยากให้เป็น ทำไมถึงยอมทิ้งความมั่นคงจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในแวดวงรถยนต์มาสุ่มเสี่ยงกับความไม่แน่
นอนทางการเมือง

และต้องปรับตัวกับองค์กรใหม่ที่เคยได้รับการขนานนามว่า "แดนสนธยา"



เจอกับ "มิ่งขวัญ" ครั้งนี้ เขายังเหมือนเดิม เป็นกันเองแต่ระมัดระวังตัวในคำถามตรงและแรง

แน่นอน ประโยคแรกก็คือการรำลึกถึงบทสัมภาษณ์เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา

"มิ่งขวัญ" บอกว่าตอนที่ออกจากโตโยต้าก็ได้รับการทักท้วงจากผู้ใหญ่ แต่เขาสรุปแล้วว่าเขาตัวคนเดียว สร้างเนื้อสร้างตัวจากอายุ 21 ถึง 50 ปี น่าจะพอได้แล้ว

ถึงเวลาแล้วที่จะนำประสบการณ์จาก "โตโยต้า" มาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

ถามว่ามีองค์ประกอบอะไรที่ทำให้มั่นใจในการมารับตำแหน่งผู้อำนวยการ อ.ส.ม.ท.

เขาตอบว่ามี 3 องค์ประกอบ

1. อ.ส.ม.ท. มีสื่ออยู่ในมือทั้งสำนักข่าวไทย สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์

2. "ทักษิณ ชินวัตร" เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน เป็นพรีเซ็นเตอร์ของประเทศที่ดียิ่ง

3. ความต้องการของประเทศที่ต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เรื่อง "ภาพพจน์ประเทศ" จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ตั้งแต่วันแรก เขาประกาศกับพนักงานทุกคนว่า อ.ส.ม.ท. ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว คนต้องมี "จุดมุ่งหมาย" องค์กรก็เช่นกัน

"มิ่งขวัญ" บอกว่าเขาเข้ามาโดยไม่นำคนของเขาเข้ามาเลยแม้สักคนเดียว

"คนขับรถ นักกฎหมาย เลขาฯ ผมใช้คนเก่าทั้งหมด"

ชีวิต 3 เดือนหลังจากรับตำแหน่งของ "มิ่งขวัญ" เปลี่ยนไปจากเดิมมาก

"ตอนอยู่โตโยต้า ตอนเย็นผมยังได้ว่ายน้ำบ้าง แต่ 3 เดือนนี้ ผมกลับบ้าน 5 ทุ่มทุกวัน ทำงาน 7 วันไม่มีวันหยุด และทำงานตลอดเวลาเลย"

ได้ยินกระแสจากคนใน อ.ส.ม.ท. หลายคนค่อนข้างชื่นชม "มิ่งขวัญ"

"ผมไม่ได้ปากหวาน แต่รางวัลที่ได้จากการตัดสินใจเป็นผู้อำนวยการ อ.ส.ม.ท. คือพนักงานทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันจริงๆ ไม่เช่นนั้นเพียงแค่ 3 เดือนผมทำ โมเดิร์น ไนน์ ไม่ได้หรอก"

เขาบอกว่าแค่ 3 เดือนเขาประชุมใหญ่ถึง 37 ครั้งซึ่งพนักงานให้ความร่วมมือและกระตือรือล้นดียิ่ง

"มิ่งขวัญ" เล่าว่าวันหนึ่งตอนที่เข้าห้องน้ำ เขาพบพนักงานเสิร์ฟในห้องประชุมชื่อ "โต้ง" ถามว่าเป็นไงเหนื่อยไหม

"เหนื่อยครับ ไม่เคยมีครั้งไหนที่ประชุมมากขนาดนี้"

พอเขาเอ่ยปากขอโทษ "โต้ง" กลับบอกว่าไม่เป็นไร เพราะที่ผมได้ยินจากห้องประชุมมันดูดีมากเลย ไม่เคยมีผู้อำนวยการคนไหนที่พนักงานมาร่วมประชุมมากขนาดนี้

"โมเดิร์น ไนน์" เป็นเพียง "ก้าวแรก" ของ "มิ่งขวัญ"

ก้าวต่อไปของเขาคือการปรับเปลี่ยนผังรายการใหม่ ซึ่งจะประกาศในวันที่ 22 มกราคม 2546

และเริ่มดีเดย์ 1 กุมภาพันธ์ 2546



เป้าหมายของ "มิ่งขวัญ" ก็คือ คนที่ดูช่อง 9 อ.ส.ม.ท หรือฟังวิทยุของ อ.ส.ม.ท. จะต้องฉลาดขึ้น

"ไม่ต้องเขียนหนังสือได้ ขอเพียงฟังภาษาไทยรู้เรื่องเมื่อดูโทรทัศน์หรือฟังวิทยุ เขาต้องฉลาดขึ้น"

แต่สิ่ง "มิ่งขวัญ" บอกว่าต้องคำนึงมากในการปรับเปลี่ยนผังรายการคือ ทำอย่างไรให้คู่ค้ากระทบน้อยที่สุด ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคู่ค้า

"บางคนเคยมี 3 รายการ ปีหน้าเหลือ 1 รายการ แต่ 1 รายการนี้ทำรายได้ให้กับเขามากว่า 3 รายการเดิม"

เขาบอกว่าถ้าไม่คิดถึงประโยชน์ประเทศชาติ ทำแต่บันเทิงอย่างเดียว อ.ส.ม.ท. จะทำกำไรมหาศาล

ถามว่าถ้าไม่ติดว่าต้องเป็นรายการสาระ สามารถทำแบบช่อง 3 หรือช่อง 7 จะเป็นอย่างไร

"ถ้าทำแบบช่อง 3 หรือช่อง 7 ได้ ผมจะทำให้ช่อง 9 เป็นอันดับ 1 ให้ดู" เขาประกาศ

และสำหรับคำวิพากษ์วิจารณ์ "โมเดิร์น ไนน์" นั้น "มิ่งขวัญ" ขอความเห็นใจว่าเพิ่งเริ่มต้นทำได้แค่นี้ถือว่าเร็วมาก

"ถ้า 3 เดือนเร็วไป จะต้องใช้เวลานานเท่าไรที่คิดว่าทำได้สมบูรณ์แบบแล้ว"

"1 ปี" เป็นคำตอบอย่างมั่นใจของ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ"

17 กรกฎาคม 2546 เราคงได้เห็นช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ที่สมบูรณ์แบบตามความคิดของผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยคนนี้

"มิ่งขวัญ" มองว่าการสื่อสารภาพพจน์ของประเทศไทยไปสู่ต่างประเทศในวันนี้ยังต้องพึ่งพาจมูกคนอื่
นหายใจ คือ ต้องพึ่งพาสำนักข่าวต่างประเทศ

ภาระหน้าที่ตอนนี้จึงอยู่ในขั้นตอนการส่งออกข้อมูล คิดกิจกรรม คิด Big event เพื่อเป็นข่าว

สิ่งที่เขา "ฝัน" ก็คือ การสร้างช่องทางการสื่อสารที่เป็นของตัวเองที่แข็งแรงและต่างชาติให้การยอมรับ เหมือน NHK ของญี่ปุ่น หรือ CCTV ของจีน

"สิ่งที่ต้องคิดคือเราจะส่งข่าวสารอะไรออกไป ใช้เทคโนโลยีแบบไหน เขารับได้หรือเปล่า เรื่องเงินนั้นขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ แต่ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้เป็นสถานีโทรทัศน์ที่เขาดูกัน"

และนั่นคือ "ความฝัน" อันยิ่งใหญ่ของ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ" นับจากนี้ไป
http://www.geocities.com/constsurin/imagemaker.htm

Nike + iPod and Me

เริ่มใช้มาตั้งแต่ 12/05/2550


จนวันนี้ วิ่งมั่ง โดดมั่ง อู้มั่ง 25/11/2550

ได้มา 80 กิโลเมตร เนตๆ


ภูมิใจมาก อิอิ


มีโกลว่าจะ วิ่ง 30 กิโล ใน 4 สัปดาห์

ผ่านมา 2 วันแล้ว ได้ 5 กิโล แล้ว




หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะถึงเป้าหมายได้แน่นอน

ขอทุกคนเอาใจช่วยด้วยนะครับ

หนังสือแปล เปลี่ยนตัวเองใหม่ใน 5 นาที


ต้นฉบับเป็นภาษาญี่ปุ่น เยี่ยมมากบอกวิธีเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น 60 ข้อ

บางข้อก็ไม่เข้าใจเป็นเรื่องชีวิตของชาวญี่ปุ่น แต่โดยรวมแล้วเยี่ยมมากๆ

วันนี้ลองทำแล้วข้อนึง ข้อ 17 คือไปกินอาหารที่ร้านคนเดียว เมื่อก่อนไม่กล้า

วันนี้ตัดใจ ไปก็ไปตามใจเรา สั่งอะไรั่ง กินอะไรที่อยากกิน

ไม่ต้องคอย กังวลกับคนอื่น เดินตรงไป ร้าน ฟูจิเลย อยากกินมานานแล้ว

ตอนแรกกลัวเด๋อมากเลยเพราะไม่เห็นมีใครมาคนเดียวเลย

กังวลว่าใครจะมองมั้ย พอเดินเข้าไปจริงๆ ไม่เห็นมีใครว่ามอง

หรือยุ่งวุ่นวายเลย เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดมื้อนึงในชีวิตเลย

ไม่ตรีบ ไม่เร่ง กินไป ยิ้มไป ตอนนี้กำลังอ่านข้ออื่นอยู่

ได้ผลยังไง วันหลังจะเอามาบอกนะ


*ปล ลองไปหาอ่านกันนะจ๊ะ


เบอร์ 12 เท่านั้น

23 ธ.ค.50

แบบแบ่งเขต เขต 7 กทม

19 20 21

บางกะปิ สะพานสูง มีนบุรี ลาดกระบัง

บทสัมภาษณ์ มิ่งขวัญ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว!!!

สิ่งที่มิ่งขวัญพูดไว้ในรายการเจาะใจ มันไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ทำมาเพื่อหาเสียง
แต่เป็นเรื่องที่มิ่งขวัญได้พูดไว้นานแล้ว

ใครที่ยังไม่รู้จักมิ่งขวัญ เชิญอ่านได้เลยครับ
ส่วนใครที่อยู่ฝ่ายปชป ก็ลองอ่านดูครับ จะได้รู้ว่าของจริงเป็นยังไง มันไม่ใช่แค่ลมปากแน่ๆ

http://www.geocities.com/constsurin/imagemaker.htm


มติชนสุดสัปดาห์
ฉบับที่ 1163
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2545
---------------------------------------
สู่'ฝัน'อันยิ่งใหญ่
ของ'มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ'
IMAGE MAKER ประเทศไทย
กับ'โมเดิร์น ไนน์'ทีวี


"สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยทำเป็นเรื่องเป็นราว คือ ภาพพจน์ของประเทศ

นึกดูสิว่าสมัยเด็กๆ รายได้หลักอันดับ 1 ของประเทศคือ ข้าว แต่วันนี้คือ การท่องเที่ยว และที่มากกว่านั้นคือการลงทุนจากต่างประเทศ ถ้าภาพพจน์ประเทศของเราดี ผมเป็นนักลงทุนผมก็อยากมาประเทศนี้ มาทีละหลายพันล้าน หรือถ้าเป็นนักท่องเที่ยว ผมก็อยากเที่ยวในประเทศที่มีภาพพจน์ดี

นี่คือ ความฝันของผมที่อยากทำในฐานะที่เป็น Image maker"

เป็นคำสัมภาษณ์ของ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ" เมื่อเดือนตุลาคม 2542 ในหนังสือพิมพ์มติชน

จำได้ว่าวันที่ไปสัมภาษณ์ "มิ่งขวัญ" ค่อนข้างลังเลที่จะตอบคำถามเรื่อง "ความฝัน" ที่อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำคำถามนี้

และวันนั้นเขาเองก็คงไม่คิดว่าจะได้ทำในสิ่งที่ฝันอีก 3 ปีต่อมา

"มิ่งขวัญ" ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดนักการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกเหนือจากทำงานให้กับ "โตโยต้า" มาตลอด 25 ปี เขายังมีชื่อเสียงในฐานะ Image maker ของดาราหลายคน

เขาคือผู้ปลุกปั้น จอนนี่ แอนโฟเน่ วิลลี่-คัทลียา แม็คอินทอช วรุฒ วรธรรม ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง และ ดอม เหตระกูล จนโด่งดังในแวดวงมายา

แต่บทบาท Image maker ประเทศที่เขาฝันเพิ่งจะมีโอกาสลงมือทำเมื่อพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง

"สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" เลขาธิการพรรคไทยรักไทยในฐานะที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นคนแนะนำ "มิ่งขวัญ" กับ "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์"

ไม่นานนักชื่อของ "มิ่งขวัญ" ก็ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่อยู่เบื้องหลังแคมเปญ "เที่ยวทั่วไทยไปได้ทุกเดือน" ที่สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก

จากนั้นเมื่อมีการเปิดรับผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเ
ทศไทย (อ.ส.ม.ท.) ชื่อของ "มิ่งขวัญ" ก็เป็นที่กล่าวขวัญว่าเป็น "ตัวเต็ง" ตั้งแต่วันแรกจนประกาศผล

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ "ผู้ใหญ่" อยากให้ใครเป็นเพียงฝ่ายเดียว

แต่ยังอยู่ที่ว่าคนที่ "ผู้ใหญ่" อยากให้เป็น ทำไมถึงยอมทิ้งความมั่นคงจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในแวดวงรถยนต์มาสุ่มเสี่ยงกับความไม่แน่
นอนทางการเมือง

และต้องปรับตัวกับองค์กรใหม่ที่เคยได้รับการขนานนามว่า "แดนสนธยา"



เจอกับ "มิ่งขวัญ" ครั้งนี้ เขายังเหมือนเดิม เป็นกันเองแต่ระมัดระวังตัวในคำถามตรงและแรง

แน่นอน ประโยคแรกก็คือการรำลึกถึงบทสัมภาษณ์เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา

"มิ่งขวัญ" บอกว่าตอนที่ออกจากโตโยต้าก็ได้รับการทักท้วงจากผู้ใหญ่ แต่เขาสรุปแล้วว่าเขาตัวคนเดียว สร้างเนื้อสร้างตัวจากอายุ 21 ถึง 50 ปี น่าจะพอได้แล้ว

ถึงเวลาแล้วที่จะนำประสบการณ์จาก "โตโยต้า" มาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

ถามว่ามีองค์ประกอบอะไรที่ทำให้มั่นใจในการมารับตำแหน่งผู้อำนวยการ อ.ส.ม.ท.

เขาตอบว่ามี 3 องค์ประกอบ

1. อ.ส.ม.ท. มีสื่ออยู่ในมือทั้งสำนักข่าวไทย สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์

2. "ทักษิณ ชินวัตร" เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน เป็นพรีเซ็นเตอร์ของประเทศที่ดียิ่ง

3. ความต้องการของประเทศที่ต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เรื่อง "ภาพพจน์ประเทศ" จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ตั้งแต่วันแรก เขาประกาศกับพนักงานทุกคนว่า อ.ส.ม.ท. ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว คนต้องมี "จุดมุ่งหมาย" องค์กรก็เช่นกัน

"มิ่งขวัญ" บอกว่าเขาเข้ามาโดยไม่นำคนของเขาเข้ามาเลยแม้สักคนเดียว

"คนขับรถ นักกฎหมาย เลขาฯ ผมใช้คนเก่าทั้งหมด"

ชีวิต 3 เดือนหลังจากรับตำแหน่งของ "มิ่งขวัญ" เปลี่ยนไปจากเดิมมาก

"ตอนอยู่โตโยต้า ตอนเย็นผมยังได้ว่ายน้ำบ้าง แต่ 3 เดือนนี้ ผมกลับบ้าน 5 ทุ่มทุกวัน ทำงาน 7 วันไม่มีวันหยุด และทำงานตลอดเวลาเลย"

ได้ยินกระแสจากคนใน อ.ส.ม.ท. หลายคนค่อนข้างชื่นชม "มิ่งขวัญ"

"ผมไม่ได้ปากหวาน แต่รางวัลที่ได้จากการตัดสินใจเป็นผู้อำนวยการ อ.ส.ม.ท. คือพนักงานทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันจริงๆ ไม่เช่นนั้นเพียงแค่ 3 เดือนผมทำ โมเดิร์น ไนน์ ไม่ได้หรอก"

เขาบอกว่าแค่ 3 เดือนเขาประชุมใหญ่ถึง 37 ครั้งซึ่งพนักงานให้ความร่วมมือและกระตือรือล้นดียิ่ง

"มิ่งขวัญ" เล่าว่าวันหนึ่งตอนที่เข้าห้องน้ำ เขาพบพนักงานเสิร์ฟในห้องประชุมชื่อ "โต้ง" ถามว่าเป็นไงเหนื่อยไหม

"เหนื่อยครับ ไม่เคยมีครั้งไหนที่ประชุมมากขนาดนี้"

พอเขาเอ่ยปากขอโทษ "โต้ง" กลับบอกว่าไม่เป็นไร เพราะที่ผมได้ยินจากห้องประชุมมันดูดีมากเลย ไม่เคยมีผู้อำนวยการคนไหนที่พนักงานมาร่วมประชุมมากขนาดนี้

"โมเดิร์น ไนน์" เป็นเพียง "ก้าวแรก" ของ "มิ่งขวัญ"

ก้าวต่อไปของเขาคือการปรับเปลี่ยนผังรายการใหม่ ซึ่งจะประกาศในวันที่ 22 มกราคม 2546

และเริ่มดีเดย์ 1 กุมภาพันธ์ 2546



เป้าหมายของ "มิ่งขวัญ" ก็คือ คนที่ดูช่อง 9 อ.ส.ม.ท หรือฟังวิทยุของ อ.ส.ม.ท. จะต้องฉลาดขึ้น

"ไม่ต้องเขียนหนังสือได้ ขอเพียงฟังภาษาไทยรู้เรื่องเมื่อดูโทรทัศน์หรือฟังวิทยุ เขาต้องฉลาดขึ้น"

แต่สิ่ง "มิ่งขวัญ" บอกว่าต้องคำนึงมากในการปรับเปลี่ยนผังรายการคือ ทำอย่างไรให้คู่ค้ากระทบน้อยที่สุด ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคู่ค้า

"บางคนเคยมี 3 รายการ ปีหน้าเหลือ 1 รายการ แต่ 1 รายการนี้ทำรายได้ให้กับเขามากว่า 3 รายการเดิม"

เขาบอกว่าถ้าไม่คิดถึงประโยชน์ประเทศชาติ ทำแต่บันเทิงอย่างเดียว อ.ส.ม.ท. จะทำกำไรมหาศาล

ถามว่าถ้าไม่ติดว่าต้องเป็นรายการสาระ สามารถทำแบบช่อง 3 หรือช่อง 7 จะเป็นอย่างไร

"ถ้าทำแบบช่อง 3 หรือช่อง 7 ได้ ผมจะทำให้ช่อง 9 เป็นอันดับ 1 ให้ดู" เขาประกาศ

และสำหรับคำวิพากษ์วิจารณ์ "โมเดิร์น ไนน์" นั้น "มิ่งขวัญ" ขอความเห็นใจว่าเพิ่งเริ่มต้นทำได้แค่นี้ถือว่าเร็วมาก

"ถ้า 3 เดือนเร็วไป จะต้องใช้เวลานานเท่าไรที่คิดว่าทำได้สมบูรณ์แบบแล้ว"

"1 ปี" เป็นคำตอบอย่างมั่นใจของ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ"

17 กรกฎาคม 2546 เราคงได้เห็นช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ที่สมบูรณ์แบบตามความคิดของผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยคนนี้

"มิ่งขวัญ" มองว่าการสื่อสารภาพพจน์ของประเทศไทยไปสู่ต่างประเทศในวันนี้ยังต้องพึ่งพาจมูกคนอื่
นหายใจ คือ ต้องพึ่งพาสำนักข่าวต่างประเทศ

ภาระหน้าที่ตอนนี้จึงอยู่ในขั้นตอนการส่งออกข้อมูล คิดกิจกรรม คิด Big event เพื่อเป็นข่าว

สิ่งที่เขา "ฝัน" ก็คือ การสร้างช่องทางการสื่อสารที่เป็นของตัวเองที่แข็งแรงและต่างชาติให้การยอมรับ เหมือน NHK ของญี่ปุ่น หรือ CCTV ของจีน

"สิ่งที่ต้องคิดคือเราจะส่งข่าวสารอะไรออกไป ใช้เทคโนโลยีแบบไหน เขารับได้หรือเปล่า เรื่องเงินนั้นขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ แต่ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้เป็นสถานีโทรทัศน์ที่เขาดูกัน"

และนั่นคือ "ความฝัน" อันยิ่งใหญ่ของ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ" นับจากนี้ไป
http://www.geocities.com/constsurin/imagemaker.htm

ภาพกลุ่มอาสามหิดล เก่าๆ




เอามาจาก

http://picasaweb.google.com/asamahidol/

Nike + iPod and Me

เริ่มใช้มาตั้งแต่ 12/05/2550


จนวันนี้ วิ่งมั่ง โดดมั่ง อู้มั่ง 25/11/2550

ได้มา 80 กิโลเมตร เนตๆ


ภูมิใจมาก อิอิ


มีโกลว่าจะ วิ่ง 30 กิโล ใน 4 สัปดาห์

ผ่านมา 2 วันแล้ว ได้ 5 กิโล แล้ว




หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะถึงเป้าหมายได้แน่นอน

ขอทุกคนเอาใจช่วยด้วยนะครับ

หนังสือแปล เปลี่ยนตัวเองใหม่ใน 5 นาที


ต้นฉบับเป็นภาษาญี่ปุ่น เยี่ยมมากบอกวิธีเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น 60 ข้อ

บางข้อก็ไม่เข้าใจเป็นเรื่องชีวิตของชาวญี่ปุ่น แต่โดยรวมแล้วเยี่ยมมากๆ

วันนี้ลองทำแล้วข้อนึง ข้อ 17 คือไปกินอาหารที่ร้านคนเดียว เมื่อก่อนไม่กล้า

วันนี้ตัดใจ ไปก็ไปตามใจเรา สั่งอะไรั่ง กินอะไรที่อยากกิน

ไม่ต้องคอย กังวลกับคนอื่น เดินตรงไป ร้าน ฟูจิเลย อยากกินมานานแล้ว

ตอนแรกกลัวเด๋อมากเลยเพราะไม่เห็นมีใครมาคนเดียวเลย

กังวลว่าใครจะมองมั้ย พอเดินเข้าไปจริงๆ ไม่เห็นมีใครว่ามอง

หรือยุ่งวุ่นวายเลย เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดมื้อนึงในชีวิตเลย

ไม่ตรีบ ไม่เร่ง กินไป ยิ้มไป ตอนนี้กำลังอ่านข้ออื่นอยู่

ได้ผลยังไง วันหลังจะเอามาบอกนะ


*ปล ลองไปหาอ่านกันนะจ๊ะ


เบอร์ 12 เท่านั้น

23 ธ.ค.50

แบบแบ่งเขต เขต 7 กทม

19 20 21

บางกะปิ สะพานสูง มีนบุรี ลาดกระบัง

บทสัมภาษณ์ มิ่งขวัญ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว!!!

สิ่งที่มิ่งขวัญพูดไว้ในรายการเจาะใจ มันไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ทำมาเพื่อหาเสียง
แต่เป็นเรื่องที่มิ่งขวัญได้พูดไว้นานแล้ว

ใครที่ยังไม่รู้จักมิ่งขวัญ เชิญอ่านได้เลยครับ
ส่วนใครที่อยู่ฝ่ายปชป ก็ลองอ่านดูครับ จะได้รู้ว่าของจริงเป็นยังไง มันไม่ใช่แค่ลมปากแน่ๆ

http://www.geocities.com/constsurin/imagemaker.htm


มติชนสุดสัปดาห์
ฉบับที่ 1163
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2545
---------------------------------------
สู่'ฝัน'อันยิ่งใหญ่
ของ'มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ'
IMAGE MAKER ประเทศไทย
กับ'โมเดิร์น ไนน์'ทีวี


"สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยทำเป็นเรื่องเป็นราว คือ ภาพพจน์ของประเทศ

นึกดูสิว่าสมัยเด็กๆ รายได้หลักอันดับ 1 ของประเทศคือ ข้าว แต่วันนี้คือ การท่องเที่ยว และที่มากกว่านั้นคือการลงทุนจากต่างประเทศ ถ้าภาพพจน์ประเทศของเราดี ผมเป็นนักลงทุนผมก็อยากมาประเทศนี้ มาทีละหลายพันล้าน หรือถ้าเป็นนักท่องเที่ยว ผมก็อยากเที่ยวในประเทศที่มีภาพพจน์ดี

นี่คือ ความฝันของผมที่อยากทำในฐานะที่เป็น Image maker"

เป็นคำสัมภาษณ์ของ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ" เมื่อเดือนตุลาคม 2542 ในหนังสือพิมพ์มติชน

จำได้ว่าวันที่ไปสัมภาษณ์ "มิ่งขวัญ" ค่อนข้างลังเลที่จะตอบคำถามเรื่อง "ความฝัน" ที่อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำคำถามนี้

และวันนั้นเขาเองก็คงไม่คิดว่าจะได้ทำในสิ่งที่ฝันอีก 3 ปีต่อมา

"มิ่งขวัญ" ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดนักการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกเหนือจากทำงานให้กับ "โตโยต้า" มาตลอด 25 ปี เขายังมีชื่อเสียงในฐานะ Image maker ของดาราหลายคน

เขาคือผู้ปลุกปั้น จอนนี่ แอนโฟเน่ วิลลี่-คัทลียา แม็คอินทอช วรุฒ วรธรรม ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง และ ดอม เหตระกูล จนโด่งดังในแวดวงมายา

แต่บทบาท Image maker ประเทศที่เขาฝันเพิ่งจะมีโอกาสลงมือทำเมื่อพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง

"สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" เลขาธิการพรรคไทยรักไทยในฐานะที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นคนแนะนำ "มิ่งขวัญ" กับ "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์"

ไม่นานนักชื่อของ "มิ่งขวัญ" ก็ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่อยู่เบื้องหลังแคมเปญ "เที่ยวทั่วไทยไปได้ทุกเดือน" ที่สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก

จากนั้นเมื่อมีการเปิดรับผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเ
ทศไทย (อ.ส.ม.ท.) ชื่อของ "มิ่งขวัญ" ก็เป็นที่กล่าวขวัญว่าเป็น "ตัวเต็ง" ตั้งแต่วันแรกจนประกาศผล

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ "ผู้ใหญ่" อยากให้ใครเป็นเพียงฝ่ายเดียว

แต่ยังอยู่ที่ว่าคนที่ "ผู้ใหญ่" อยากให้เป็น ทำไมถึงยอมทิ้งความมั่นคงจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในแวดวงรถยนต์มาสุ่มเสี่ยงกับความไม่แน่
นอนทางการเมือง

และต้องปรับตัวกับองค์กรใหม่ที่เคยได้รับการขนานนามว่า "แดนสนธยา"



เจอกับ "มิ่งขวัญ" ครั้งนี้ เขายังเหมือนเดิม เป็นกันเองแต่ระมัดระวังตัวในคำถามตรงและแรง

แน่นอน ประโยคแรกก็คือการรำลึกถึงบทสัมภาษณ์เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา

"มิ่งขวัญ" บอกว่าตอนที่ออกจากโตโยต้าก็ได้รับการทักท้วงจากผู้ใหญ่ แต่เขาสรุปแล้วว่าเขาตัวคนเดียว สร้างเนื้อสร้างตัวจากอายุ 21 ถึง 50 ปี น่าจะพอได้แล้ว

ถึงเวลาแล้วที่จะนำประสบการณ์จาก "โตโยต้า" มาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

ถามว่ามีองค์ประกอบอะไรที่ทำให้มั่นใจในการมารับตำแหน่งผู้อำนวยการ อ.ส.ม.ท.

เขาตอบว่ามี 3 องค์ประกอบ

1. อ.ส.ม.ท. มีสื่ออยู่ในมือทั้งสำนักข่าวไทย สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์

2. "ทักษิณ ชินวัตร" เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน เป็นพรีเซ็นเตอร์ของประเทศที่ดียิ่ง

3. ความต้องการของประเทศที่ต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เรื่อง "ภาพพจน์ประเทศ" จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ตั้งแต่วันแรก เขาประกาศกับพนักงานทุกคนว่า อ.ส.ม.ท. ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว คนต้องมี "จุดมุ่งหมาย" องค์กรก็เช่นกัน

"มิ่งขวัญ" บอกว่าเขาเข้ามาโดยไม่นำคนของเขาเข้ามาเลยแม้สักคนเดียว

"คนขับรถ นักกฎหมาย เลขาฯ ผมใช้คนเก่าทั้งหมด"

ชีวิต 3 เดือนหลังจากรับตำแหน่งของ "มิ่งขวัญ" เปลี่ยนไปจากเดิมมาก

"ตอนอยู่โตโยต้า ตอนเย็นผมยังได้ว่ายน้ำบ้าง แต่ 3 เดือนนี้ ผมกลับบ้าน 5 ทุ่มทุกวัน ทำงาน 7 วันไม่มีวันหยุด และทำงานตลอดเวลาเลย"

ได้ยินกระแสจากคนใน อ.ส.ม.ท. หลายคนค่อนข้างชื่นชม "มิ่งขวัญ"

"ผมไม่ได้ปากหวาน แต่รางวัลที่ได้จากการตัดสินใจเป็นผู้อำนวยการ อ.ส.ม.ท. คือพนักงานทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันจริงๆ ไม่เช่นนั้นเพียงแค่ 3 เดือนผมทำ โมเดิร์น ไนน์ ไม่ได้หรอก"

เขาบอกว่าแค่ 3 เดือนเขาประชุมใหญ่ถึง 37 ครั้งซึ่งพนักงานให้ความร่วมมือและกระตือรือล้นดียิ่ง

"มิ่งขวัญ" เล่าว่าวันหนึ่งตอนที่เข้าห้องน้ำ เขาพบพนักงานเสิร์ฟในห้องประชุมชื่อ "โต้ง" ถามว่าเป็นไงเหนื่อยไหม

"เหนื่อยครับ ไม่เคยมีครั้งไหนที่ประชุมมากขนาดนี้"

พอเขาเอ่ยปากขอโทษ "โต้ง" กลับบอกว่าไม่เป็นไร เพราะที่ผมได้ยินจากห้องประชุมมันดูดีมากเลย ไม่เคยมีผู้อำนวยการคนไหนที่พนักงานมาร่วมประชุมมากขนาดนี้

"โมเดิร์น ไนน์" เป็นเพียง "ก้าวแรก" ของ "มิ่งขวัญ"

ก้าวต่อไปของเขาคือการปรับเปลี่ยนผังรายการใหม่ ซึ่งจะประกาศในวันที่ 22 มกราคม 2546

และเริ่มดีเดย์ 1 กุมภาพันธ์ 2546



เป้าหมายของ "มิ่งขวัญ" ก็คือ คนที่ดูช่อง 9 อ.ส.ม.ท หรือฟังวิทยุของ อ.ส.ม.ท. จะต้องฉลาดขึ้น

"ไม่ต้องเขียนหนังสือได้ ขอเพียงฟังภาษาไทยรู้เรื่องเมื่อดูโทรทัศน์หรือฟังวิทยุ เขาต้องฉลาดขึ้น"

แต่สิ่ง "มิ่งขวัญ" บอกว่าต้องคำนึงมากในการปรับเปลี่ยนผังรายการคือ ทำอย่างไรให้คู่ค้ากระทบน้อยที่สุด ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคู่ค้า

"บางคนเคยมี 3 รายการ ปีหน้าเหลือ 1 รายการ แต่ 1 รายการนี้ทำรายได้ให้กับเขามากว่า 3 รายการเดิม"

เขาบอกว่าถ้าไม่คิดถึงประโยชน์ประเทศชาติ ทำแต่บันเทิงอย่างเดียว อ.ส.ม.ท. จะทำกำไรมหาศาล

ถามว่าถ้าไม่ติดว่าต้องเป็นรายการสาระ สามารถทำแบบช่อง 3 หรือช่อง 7 จะเป็นอย่างไร

"ถ้าทำแบบช่อง 3 หรือช่อง 7 ได้ ผมจะทำให้ช่อง 9 เป็นอันดับ 1 ให้ดู" เขาประกาศ

และสำหรับคำวิพากษ์วิจารณ์ "โมเดิร์น ไนน์" นั้น "มิ่งขวัญ" ขอความเห็นใจว่าเพิ่งเริ่มต้นทำได้แค่นี้ถือว่าเร็วมาก

"ถ้า 3 เดือนเร็วไป จะต้องใช้เวลานานเท่าไรที่คิดว่าทำได้สมบูรณ์แบบแล้ว"

"1 ปี" เป็นคำตอบอย่างมั่นใจของ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ"

17 กรกฎาคม 2546 เราคงได้เห็นช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ที่สมบูรณ์แบบตามความคิดของผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยคนนี้

"มิ่งขวัญ" มองว่าการสื่อสารภาพพจน์ของประเทศไทยไปสู่ต่างประเทศในวันนี้ยังต้องพึ่งพาจมูกคนอื่
นหายใจ คือ ต้องพึ่งพาสำนักข่าวต่างประเทศ

ภาระหน้าที่ตอนนี้จึงอยู่ในขั้นตอนการส่งออกข้อมูล คิดกิจกรรม คิด Big event เพื่อเป็นข่าว

สิ่งที่เขา "ฝัน" ก็คือ การสร้างช่องทางการสื่อสารที่เป็นของตัวเองที่แข็งแรงและต่างชาติให้การยอมรับ เหมือน NHK ของญี่ปุ่น หรือ CCTV ของจีน

"สิ่งที่ต้องคิดคือเราจะส่งข่าวสารอะไรออกไป ใช้เทคโนโลยีแบบไหน เขารับได้หรือเปล่า เรื่องเงินนั้นขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ แต่ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้เป็นสถานีโทรทัศน์ที่เขาดูกัน"

และนั่นคือ "ความฝัน" อันยิ่งใหญ่ของ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ" นับจากนี้ไป
http://www.geocities.com/constsurin/imagemaker.htm

ภาพกลุ่มอาสามหิดล เก่าๆ




เอามาจาก

http://picasaweb.google.com/asamahidol/

ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ


เพิ่งเข้ามาใช้ครั้ง

ประทับใจมาก เรื่องความง่าย เร็ว ไม่ซับซ้อน

หวังใจว่าจะอยู่นานเลยครับ

ถ้ามีทางไหนที่ช่วยสนับสนุน คนทำเวบนี้ได้ ขอให้บอกด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ



sidnett